Seraphs's profile~SeraphS~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
~SeraphS~~วาโย~ สายลมแห่งความห่วงใย |
||||||||||||||||||||||
|
|
December 10 เจ้าของกับการที่เรารักใครสักคนนั้นมันอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่การที่เราจะทำให้คนที่เรารักมีความสุขโดยที่เราไม่หวังอะไรเลยแม้แต่นิดนั้น คือเรื่องที่ยากกว่า สำหรับฉันแล้วคิดว่าการที่เราได้ครอบครองคนที่เรารักเพียงแค่ร่างกายของเขานั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่สูงสุด แต่จิตใจต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า แต่ทว่า ความรักที่ไม่ได้ต้องการที่จะครอบครองหรือเป็นเจ้าของคนที่เรารักนั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เพราะถ้าหากเรารักใครสักคนด้วยใจที่แท้จริงโดย ไม่หวังที่จะได้ครอบครองเขา ได้เห็นเขาหายใจอย่างปลอดโปร่ง ได้เห็นเขาหัวเราะได้อย่างเต็มที่ ได้เห็นเขามีความสุขโดยที่ความสุขนั้นอาจไม่ได้มีเราอยู่ด้วยตรงนั้นก็ตาม ฉันอยากจะรู้ว่าจะมีสักกี่คนที่ทำได้แบบนั้น ซึ่งฉันก็ไม่อาจแน่ใจว่าฉันจะทำเช่นนั้นได้หรือไม่ แต่ฉันคิดอยู่เสมอว่าหากวันใดฉันทำได้ฉันคงเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว มีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำเพื่อใครสักคนที่เรารัก ใครสักคนที่เราอยากเห็นเขามีแต่รอยยิ้มและความสำเร็จ จะทำได้ไหมเฝ้าถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่คำตอบก็ยังคงเดิม คงอยู่ตรงที่ว่ารอเวลาให้มาถึงแล้วก็จะรู้เองว่าเราจะทำได้ไหมกับการที่ไม่ได้ครอบครองคน หรือ สิ่งที่เรารัก จะมีความสุขกับรอยยิ้มที่เขามีให้คนอื่นได้ไหม อย่าเพิ่งตอบคำถามฉัน ให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองและตอบคำถามที่ต้องการอยากรู้ให้เข้าใจก่อน แล้วเธอจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นกว่าทุกวันนี้ที่เป็นอยู่ December 02 เหรียญในมือเคยได้ยินเรื่องอยู่เรื่องหนึ่ง... มีผู้ใหญ่เขาเล่นกับเด็ก ผู้ใหญ่กำเหรียญอยู่ในมือ แล้วถามเด็กว่าอยากรู้ไหม ในมือของท่านมีอะไร ถ้าอยากรู้ให้เขกพื้น 5 ที เด็กก็เขกด้วยความอยากรู้ ผู้ใหญ่แบมือให้ดู เด็กก็ได้พบว่าเป็นแค่เหรียญธรรมดาเหรียญหนึ่งเท่านั้น ต่อมาผู้ใหญ่กำมืออีก แล้วถามอีกเหมือนเดิมว่าอยากรู้ไหมว่ามือท่านมีอะไร คราวนี้เด็กไม่สนใจ ไม่อยากรู้แล้วจริงๆ คือเมื่อเด็กได้รู้แล้วว่าในมือผู้ใหญ่เป็นแค่เหรียญธรรมดาเท่านั้น ไม่มีอะไรพิเศษเลย เขาก็เลยไม่สนใจอีก... นี่แหละ คนเราก็เป็นแบบนี้ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
ไขว่คว้าเพื่อให้ได้รับรู้ เมื่อเราได้รู้แล้วว่ามันคืออะไร มันเป็น ยังไง เราก็ไม่สนใจมันอีก ถามว่าเหรียญในมือเปลี่ยนไปไหม ค่ามันน้อยลงไหม เปล่าเลย ค่าของมันเท่าเดิม ยังคงเป็นเหรียญๆเดิม ทั้งก่อนและหลังที่เราเห็น แต่ความรู้สึกของเราต่างหากล่ะที่เปลี่ยนไป ก็เป็นเพราะความรู้สึกที่เอื้อมไม่ถึงไปไม่ถึงนั่นแหละที่ทำให้เราเห็นคุณค่า ของสิ่งที่อยู่ไกล ต่อเมื่อได้สิ่งนั้นมาแล้วได้รู้จักแล้ว
เราก็ไม่รู้สึกเป็นพิเศษอีก บางคนที่เราแอบประทับใจ หรือแอบปลื้มมานาน พอได้รู้จักพูดคุยกันแค่ไม่กี่คำก็รู้แล้วว่าคนนี้ไม่ใช่ คิดอะไรไม่เหมือนกัน มองกันคนละด้าน... บรรดาคนของสังคม เป็นขวัญใจของคนมากมาย เพราะดูดี มีอารมณ์ขัน ทำให้ใครต่อใครพา กันปลื้มจนออกนอกหน้า แต่หากได้มานั่งจับเข่าคุยกันแล้ว ถ้าเขาไม่ได้มีความคิดหรือความเป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่น เขาก็ แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ความคิดก็เหมือนคนอื่นๆ ความรู้สึกประทับใจในตอนแรกก็กลายเป็นเฉยๆไป... ในทางกลับกัน บางครั้งกับคนที่เหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ หน้าตาธรรมดา มีชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่แค่ได้คุยกันครั้งเดียว กลับรู้สึกดี รู้สึกว่า คนนี้มีอะไรไม่ธรรมดา เริ่มรู้สึกว่าน่าสนใจ และอยากเจอเขาอีกเรื่อยๆ ความดีในตัวต่างหากที่สำคัญ เมื่อได้เรียนรู้กันและกันแล้ว ความน่ารัก ความมีน้ำใจ ความเสียสละต่างหากที่จะทำ ให้ไม่รู้จักเบื่อ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้อีกฝ่ายอยากค้นหา ติดตาม เห็นคุณค่า และไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไป ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก ที่เมื่อได้มาแล้วก็เท่านั้น เหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่มีอะไรให้น่าที่จะรัก น่าที่จะค้นหาอีก… ในชีวิตหนึ่งของคนเราสามารถปิ๊งคนได้หลายคน ประทับใจใครได้หลายหน แต่จะมีสักกี่คนที่ใช่ ที่ตรงกับเรา ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าในชีวิตจะได้พบกับคนที่ "ใช่เลย" ไหม… บางครั้งเราอาจกำลังแอบปลื้มคนๆหนึ่งที่เราเพิ่งได้รู้จัก อยากคุยอยากเจอหน้าตลอดเวลา แต่พอเจอปัญหา มีเรื่องอยากเล่า เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่เราต้องการ เรากลับเลือกที่จะคุยกับคนอีกคนที่เราสนิทมานาน เพราะความรู้สึกมันบอกเองว่าคนๆ นี้แหละถึงจะเป็นคนที่เราสามารถคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจเรา เขา...ก็ยังคงเป็นเขาอย่างที่แล้วๆมา ไม่มีอะไรหวือหวา ทุกอย่างเป็นของมันอย่างนี้มานานจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา จนไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เราต้องการจริงๆ… แปลก…คนที่ใกล้ชิดกับเราที่สุดมักถูกมองข้ามไปเสมอ… คุณเคยปล่อยเพชรให้ผ่านไปไหม…หรือเคยคว้าเศษฝุ่นไว้ไหม November 26 :. ไม่มีคำพูดใดๆ .:สำหรับฉันแล้ว ก็ได้แต่เฝ้ามองอยู่อย่างนี้มาตลอด
เก็บงำ ปิดบังความรู้สึกที่มีเอาไว้ข้างใน
ฉันไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่
แต่ที่ฉันรู้คือ สิ่งที่ฉันเป็นอยู่นี้มันมักจะทำร้ายตัวเอง
อยู่เสมอ
จนบางครั้งฉันเองก็อดที่จะสมน้ำหน้าตัวฉันเองไม่ได้
ไม่เคยเข้าใจว่ามันเพราะอะไร
ฉันก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่
เคยคิดหลายครั้งว่าจะเปลี่ยนตัวเองซะทีแต่ก็ไม่เคยจะทำได้
กับความรัก
หลายครั้งที่ฉันต้องเสียใจ
แต่ฉันก็ยังคงมีมันต่อไป
ฉันเคยคิดอยู่เสมอว่า
"บางที่ฉันอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของใคร ฉันคงเกิดมาแค่ดูแลคนที่ฉันรัก"
ฟังดูเหมือนน่าเศร้าแต่ฉันก็พยายามที่จะมีความสุขกับมัน
ไม่อยากอ้อวอนต่อเทวดา หรือ อะไรทั้งนั้น
แต่ถ้าหากคนที่ฉันรัก รักฉัน เหมือนกับที่ฉันรักเค้า
มันคงดีไม่น้อย
แต่ว่ามันจะมีซักกี่คนที่โชคดีแบบนั้น
แต่ฉันว่าอาจจะไม่ใช่ฉัน
ที่โชคดีแบบนั้น
กับเพื่อนที่ฉันรัก ฉันสามารถทำได้ทุกอย่าง เท่าที่ใจฉันมันยังทนไหว
แม้กระทั่งจะเป็นคนที่ฉันชอบมากมายก็ตาม
ฉันก้าวออกมา จากจุดเดิม
ต้องทำเฉยเมยกับคนที่ฉันอยากอยู่ใกล้
ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน
หรือแม้กระทั่งว่า
ฉันจะพยายามที่จะทำใจแต่มันก็ยากเหลือเกิน
ฉันพยายามที่จะมองหาคนที่ทำให้ฉันหัวเราะได้
แต่พอฉันเจอ ที่รักของฉัน"เพื่อน" ก็ กำลังมีความสุขกะคนที่ฉันคิดว่าฉันน่าจะมีความสุขหากฉันอยู่ข้างๆเค้า
แต่ไม่รู้ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้
ตอนนี้คนที่ฉันแคร์มากมาย กะคนที่ฉันเริ่มแคร์ กะเพื่อนฉัน
เฮ้อ!! ไม่มีคำบรรยายจริงๆ
แล้วตอนนี้คนที่ฉันแคร์มากมายกำลังเจ็บปวด
ฉันจะทำยังไง
คงทำไรมากไม่ได้หรอกมั้ง
เพราะเรายังไม่รู้ว่าเรากำลังเป็น"ใคร"
อยู่ตรงไหนของคนที่เราแคร์ก็ไม่รู้
มันอาจจะเจ็บมากมาย
เค้าก็ไม่รู้ว่าเราเจ็บแค่ไหน
อย่าให้เค้ารู้เลยดีกว่าว่าทุกครั้งที่เค้าแค่เอ่ยชื่อ
หรือแค่รู้ว่าเค้ามาหากันมันเจ็บปวดแค่ไหน แต่ก็ต้องเก็บไว้ ฝืนยิ้มอย่างสดใส
และเข้าไปยิ้มทักทายเหมือนก่อน
มันจะดีไหม ถ้าฉันจะบอกกับคนที่ฉันแคร์มากมาย
ว่าฉันอยากจะดูแลเธอ เป็นมากกว่าที่เป็น
แต่ว่าเธอคงไม่ได้รับรู้มัน
เพราะฉันคงไม่ได้บอกออกไป ภาษาดอกไม้
September 22 วู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆวันนี้เป็นวันที่รู้สึกว่าเริ่มจะปลงกะชีวิต
ชีวิตมานช่างน่าเศร้า
ชีวิตมหาลัย
ที่มองคนอ่นเป็นคู่หยอกล้อกัน
แล้ว..ฉันล่ะ
ง่ะ..เป็นเพราะฉันปิดตัวเอง
หรือเพราะว่าฉันมันโก๊ะเกินใครจะรับไหว
ก็ทำไงได้คนมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิดนี่นา
เอาล่ะ.............
ฉันจะไม่สนแระว่าจะเป็นยังไง
ไม่มีใครเข้ามาก็อยู่แบบนี้ไปวันๆแระกัน
อย่างน้อยเราก็มีพี่เยอะแยะ มีเพื่อนอีกเพียบ
แต่ก็ว่าอ่ะนะ............
มานก็มีเหงากันบ้าง
เหอะๆ ใครไม่มาเป็นเราไม่รู้หรอก
แต่ก็ช่างมันเหอะ
บางทีคนอย่างเราอาจจะเหมาะที่จะอยู่กับเพื่อนกะพี่มากกว่า
ไม่งั้นเพื่อนกะพี่คงไม่เยอะขนาดนี้หรอก
และหวังว่าโรคเก่าโรคเดิมของเราคงไม่ก่อเรื่องอีกนะ
555 โรคแอบรักเพื่อน
ถ้าเป็นขึ้นมาล่ะยุ่งเชียวนา
แต่คงไม่เกิดหรอกเพราะตั้งแต่มาที่นี่
ยังไม่มีปฏิกริยาอาไรเลย
หลังจากวันนี้เราจะร้องเพลงอะไรดี
ที่ไม่ใช่ว่ารอไปเรื่อยๆ
ใครก็ได้ช่วยบอกที
คงต้องร้องแบบนี้
--มีแฟนก็เหมือนไม่มี--
ทำอะไรก็ดูไม่ดี
เหอะๆ
แต่งไม่ออกแระ
ตอนจบคงเป็นประมาณว่า
ขึ้นคานไปเลยนะเรา
--จบ-- September 21 *-* จะตามหา...หรือว่า...ปล่อยมันไป
มันเป็นเรื่องที่ดีที่เราได้เจอกะคนที่เราคิดว่าใช่ แต่ว่า...ถ้ามันสายเกินไปล่ะ คิดว่ามันยังจะเป็นเรื่องที่โชคดีอยู่ไหม แล้วถ้าเค้าเป็นเหมือนบุคคลต้องห้ามล่ะ เรื่องนี้คงยุ่งยากไปกันใหญ่ เราคารจะทำยังไง เดินไปตามเสียงเรียกของหัวใจ หรือว่าเดินเลี่ยงออกไปให้ไกลจากเขา สำหรับฉันแล้วอยากที่จะเดินตามเสียงของหัวใจ แต่ถ้าหากเดินไปตามเสียงของหัวใจแล้ว ฉันจะเป็นอย่างไร หากเขาไม่ได้ตามหาฉันเหมือนที่ฉันตามหาเขา คนที่ต้องเศร้าเสียใจ ก็คงจะเป็นฉัน ไม่มีใครหรอกที่จะมีความรู้สึกแบบฉัน หรือถ้าหากว่ามีก็คงจะน้อย
ถึง..เธอ......................
คนที่ไม่อาจจะบอกความรู้สึกที่มีได้ ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่พอมันเกิดขึ้น ฉันก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เหมือนว่าฉันจะไม่มีทางใดเลย ที่จะให้เธอได้รับรู้ถึงความรู้สึกของฉัน หร์อบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีหากว่าเธอไม่ได้รับรู้ เจ็บปวดหมือนกันที่มันเป็นแบบนี้ แต่จะทำยังไงได้เมื่อมันเป็นไปแล้ว เมื่อวันนึงที่ฉันแอบชอบเธอ แล้วเก็บมันไว้เพราะเธอก็อาจมีใครอยู่ โดยที่ฉันไม่เคยรับรู้ แต่พอวันนึงฉันได้รู้ว่ามีคนนึงที่ชอบเธอ และมีความกล้ากว่าฉัน ฉันหรือจะสู้เขาได้ ฉันก็คงต้องเป็นคนที่ต้อง..........เดินออกไป September 20 คำถามจิตวิทยาคำถามจิตวิทยา...แม่นดีลองทำกันดูนะ
1. คุณกำลังเดินไปตามทางเดินแล้วเห็นอะไรอยู่รอบตัว
ก. ป่าทึบ มองขึ้นข้างบนแทบไม่เห็นท้องฟ้า
ข.ทุ่งข้าวโพดเหลืองอร่ามตัดกับสีขอบฟ้า
ค. เนินเขาสีเขียว เห็นภูเขาอยู่ลืบๆ
2. คุณเห็นอะไรตกอยู่ข้างๆ เท้า ก. กระจก
ข. แหวน
ค. ขวด
3. เก็บมันขึ้นมาไหม
ก. เก็บ ข. ไม่เก็บ
4. เดินต่อไปเจอแหล่งน้ำ แหล่งน้ำที่ว่าคือ… ก. ทะเลสาบใส
ข. น้ำตก
ค. ลำธาร
5. กุญแจที่จมอยู่ในน้ำซึ่งคุณกำลังจะเก็บขึ้นมานั้นมีลักษณะอย่างไร ก.กุญแจบ้าน
ข. กุญแจโบราณ
ค. กุญแจล็อคเกอร์เล็กๆ
6. ต่อมาเจอะบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นเป็นบ้านแบบไหน ก.แมนชั่นหรูแบบละแวกฮอลลีวู้ด
ข. กระท่อมพร้อมสนามหญ้า
ค. ปราสาทสวยโทรมๆ
7.แล้วทำยังไงต่อ
ก. มองเข้าไปทางหน้าต่าง
ข. เข้าไปสำรวจ
ค.ไม่สน… แล้วเดินต่อไป
8. ทันใดนั้นก็มีบางอย่างกระโจนใส่ ทำให้คุณตกใจ สิ่งนั้นคือ ก. หมี
ข. พ่อมด
ค. เหยื่อที่ใช้ตกปลา 9.ด้วยความตกใจคุณจึงวิ่งไปจนถึงกำแพงมีประตูคุณจึงมองลอดรูกุญแจก็เลยเห็น
ก.สวนเขียวขจีในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง
ข บ่อน้ำกลางทะเลทราย
ค.ชายหาดและเกลียวคลื่น เฉลยคำถาม
คำถามที่ 1 ทัศนคติของคุณเกี่ยวกับตัวเอง
ก. คนอื่นมองว่าคุณเป็นคนที่น่าสนใจ
เพราะคุณปกปิดตัวตนที่แท้จริง
เพื่อนๆรักคุณเพราะคุณเป็นนักฟังที่ดี
ข. เป็นคนฉลาด ซื่อสัตย์และน่ารักเป็นมิตรกับทุกคน และไม่ค่อยมีเรื่องกับใครแถมยังเป็นตัวแทนของความร่าเริง
สนุกสนาน ใครๆจึงมักจะเข้ามาพูดคุยด้วย ค. เป็นคนติดดินและผู้คนเขาก็รักคุณเพราะนิสัยเป็นคนตรงๆ
นี่แหละคุณคือนักไกล่เกลี่ยปัญหา เพราะคุณจะรับฟังความของทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสินว่าใครถูกใครผิด
คำถามที่ 2 ลักษณะของคู่รักที่คุณมองหา ก.แฟนคุณต้องเป็นคนที่จะร่วมชีวิตกันในอนาคต
แต่คุณควรเปิดใจให้กว้างเพราะเขา/เธอที่สมบูรณ์ตามแบบของคุณ อาจไม่ค่อยมีเสน่ห์มากนัก
ข.คุณป็นคนโรแมนติกยามรักก็จะทุ่มเทเพื่อถนอมรักไว้ให้ดีที่สุด
เพราะคุณเชื่อว่ารักแท้จะคงอยู่ตลอดกาล
และคุณก็อยากให้แฟนห่วงใยดูแลคุณเสมอ
ค. คุณชอบคนที่กล้าแสดงความเก่ง ทะเยอทะยาน และ จริงจัง ฉะนั้นพวกหล่อ/สวยอย่างเดียวน่ะไม่ผ่าน คำถามที่ 3
ความพร้อมที่จะผูกมัดกับใครซักคน ก. ถ้าใช่ก็ได้เลย
ข. ดูใจกันไปเรื่อยดีกว่า
คำถามที่ 4 รักคุณซึมลึกขนาดไหน ก. คุณจริงจังกับความสัมพันธ์เอามากๆ
ถ้าพบคนที่ใช่คุณก็จะรักเขา/เธอคนั้นสุดหัวใจ ข.เพศตรงข้ามคิดว่าคุณเซ็กซี่มากเพราะคุณหว่านเสน่ห์เก่ง
ชาย/หญิงหลายขโยงจึงพากันหลงใหลคุณ
ค. ทักษะการจีบของคุณเป็นเลิศ คุณจึงเปลี่ยนคู่ควงได้ไม่ซ้ำหน้า
คำถามที่ 5 ความสำคัญของการศึกษา
ก. การศึกษาสำคัญน้อยกว่าโลกภายนอกที่รออยู่เบื้องหน้า
ลึกๆแล้วคุณอาจจะอยากเริ่มทำงานและออกมาอยู่เอง
ข.การศึกษาสำคัญที่สุดคุณอยากเรียนหนักๆ จะได้ซึมซับความรู้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ค. คุณอาจจะไม่ชอบเรียน แต่มีความคิดดีๆมากมาย คุณเชื่อสัตชาตญาณและสมองของตัวเอง
ฉะนั้นคุณอาจลงเอยด้วยอาชีพที่ไม่เหมือนใคร
คำถามที่ 6 งานเหมาะๆ
ก. คุณมีเป้าหมายเยอะและพยายามทำทุกอย่างสุดๆ
งานที่ชอบจึงต้องเป็นงานที่ได้แสดงพลังคุณปรารถนา
ความสำเร็จอย่างที่สุด ข.คุณยึดหลักความเป็นจริงในการเลือกอาชีพและมุ่งมั่นจะเติบโตในสายงานที่คุณเลือก
ค.อาชีพที่คุณฝันไว้เป็นไปได้ยากในชีวิตจริงน่าจะมองๆหาอะไรใกล้ตัว ทำไปก่อนดีกว่าไม่งั้นอาจเศร้า
คำถามที่ 7 ความสำเร็จมีความหมายแค่ไหน
ก.คุณกลัวล้มเหลวเลยไม่กล้าเริ่มต้นจงอย่าเพิ่งยอมแพ้เสียตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ
ข.คุณมั่นใจว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จ
เพราะจะไม่มีสิ่งไหนมากั้นขวางคุณได้
ค.ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องใหญ่คุณพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และชอบที่จะอยู่กับคนที่คุณรักมากกว่าจะทุ่มชีวิต
ไปกับการงานหรือดำรงตำแหน่งสูง
คำถามที่ 8 คุณกลัวอะไรมากที่สุด ก. คุณกลัวที่จะไม่มีใครให้พึ่ง
หรือกลัวเลี้ยงตัวเองไม่ได้
ข. คุณกลัวในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
ดังนั้นเพื่อกลบเกลื่อนคุณก็เลยใช้อำนาจบาตรใหญ่เกินไปบ้าง ค. คุณเป็นห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาคนอื่นเอามากๆ
จึงพยายามสุดชีวิตที่จะได้รับการยอมรับจากผู้คน คุณต้องเชื่อในการตัดสินใจของตัวเองบ้างแล้ว
คำถามที่ 9 ตัวตนของคุณคือ…
ก. คุณเป็นผู้ใหญ่มีความคิดความอ่าน ซื่อสัตย์
กล้าแสดงความเห็นผู้คนจึงมาขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆ แต่คุณอาจแย่ถ้าเจอปัญหาที่ต้องใช้หัวใจมิใช่สมอง ข. คุณต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ
เพราะชอบอยู่กับความคิดของตัวเองและมักจะแว่บหายยามเข้าตาจน แต่คุณจะรู้สึกดีขึ้นถ้าระบายกับคนที่คุณไว้ใจซะบ้าง ค. คุณเป็นคนที่เต็มที่กับชีวิตและกล้าแสดงออก แต่เดาอารมณ์ยากและเปลี่ยนความคิดได้เรื่อยๆ บางครั้ง คุณก็เหมือนมหาสมุทร…สงบได้…แต่ไม่นาน September 19 1997วันนี้ก็เป็นอีกวันนึง
ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
มีเรื่องราวมากมายให้ทำ
แต่ไม่ยักกะจำได้ทุกเรื่อง
มีคนมากมายให้เจอแต่ไม่รู้จักทุกคน
มันคือวามจริงที่ทุกคนจะต้องเจอ
เจอกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอ
วันเวลาผ่านไป
นั่งคิด นั่งมอง นั่งถอนลมหายใจ
หากไม่มีใครรู้จัก
คงไม่มีใครรู้ว่าคิดอะไรอยู่
เพราะรู้สึกเหมือน
ความเป็นตัวตนของเรา
มันจะเก็บลึกลงไปทุกวันๆ
จนใครต่อใครมองไม่ออกเสียแล้ว
ว่าเราคิด เราทำ เราเป็นอะไร
ดูสดใส ร่าเริง ไม่คิดอะไร
ไม่มีน้ำตา เข้มแข็ง ดูเหมือนจะเก่งเหลือเกิน
แต่ใครจะรู้กับฉันไหมว่าต้องร้องไห้บ่อยเพียงใด
ฉันเป็นอะไรบ้าง
ไม่หรอก ไม่มีใครรู้
เพราะบางครั้งแม้กระทั่งตัวฉันเองยังไม่รู้
มันเป็นเรื่องน่าตลกที่บางครั้ง
มีคนบอกว่ารู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา
เหอะๆ
เก่งจัง เจ้าตัวยังไม่รู้ แต่เค้าสามารถรับรู้ได้
คนเรานี่ก็แปลก
ตัวเองเป็นยังไงยังไม่รู้
แล้วใครล่ะจะรู้กับเรา
ยิ่งนานวันยิ่งซับซ้อน
ยิ่งนานวันยิ่งยากต่อการเข้าใจ
ยิ่งนานวันยิ่งเหมือนจะไม่ใช่ตัวเราเข้าไปทุกวัน
ใครก็ได้
ได้โปรดเถิด!!! เข้ามาเปิด สิ่งที่ฉันปิดอยู่ให้ที
ก่อนที่มันจะปิดตาย
~ไปตลอดกาล~ ตรงข้ามกันเรามีตึกสูงขึ้น แต่ความอดทนอดกลั้นต่ำลงทุกที ถนนกว้างขึ้น แต่มุมมองของคนกลับหดแคบลง การใช้จ่ายเงินทองมากขึ้น แต่มีเหลือเจือจานเพื่อนมนุษย์น้อยลง สิ่งที่ซื้อหามาไว้มากมายก่ายกอง แต่กลับหาความสุขจากมันได้ลดลง เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวกลับเล็กลง ความสะดวกสบายมากขึ้น แต่มีเวลาน้อยลง การศึกษาสูงขึ้น แต่จิตสำนึกตกต่ำ ความรู้เพิ่มพูน แต่การตัดสินใจยิ่งไร้เหตุผล การแพทย์ก้าวหน้า แต่สุขภาพทรุดโทรม เราแข่งกันสะสมวัตถุ แต่กลับลดคุณค่าของมนุษย์ พูดกันมากแต่รักกันน้อย เกลียดชังกันมากขึ้น รู้รักษาชีพ แต่ไร้คุณค่าของชีวิต ชีวิตยืนยาวขึ้น แต่คุณค่าไม่ได้เพิ่มพูน เราเดินทางไป-กลับดวงจันทร์ได้สำเร็จ แต่กลับมีปัญหาเพียงแค่ข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านใหม่ พิชิตจักรวาลนอกโลก แต่ไม่เข้าถึงจักรวาลภายใน สามารถชำระล้างมลพิษในอากาศ แต่สร้างมลพิษต่อจิตวิญญาณ เราแยกสลายอะตอมได้สำเร็จ แต่ล้มเหลวที่จะสลายความริษยาของตน บ้านของเราวิจิตรพิสดารมากขึ้น แต่ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้น กลับแตกสลายลงทุกที ... September 18 เหอะๆ เนื่องจากทางกระทรวงคมนาคม (??) ได้เล็งเห็นว่า > >การสอบคัดเลือกนักศึกษาโดยใช้ระบบ A-Net , O-Net ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ > >ก่อให้เกิดปัหาความไม่ยุติธรรม และความไม่เท่าเทียมกันในการสอบ ….. > >ทางกระทรวงฯ จึงมีนโยบายที่จะจัดทำข้อสอบขึ้นมาใหม่ เรียกว่า A-Z Net > >ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า โดยข้อสอบชุดใหม่นี้จะเป็นข้อสอบแบบรวมทุกวิชา > >และเพื่อตัดปัหาการเก็งข้อสอบ โดยสักแต่ท่องจำเฉพาะหัวข้อสำคัๆ แล้วมาสอบ > >ข้อสอบชุดใหม่นี้จะถามคำถามแบบเชิงประยุกตร์ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ > >เพื่อให้นักเรียนได้ตั้งใจศึกษาบทเรียนอย่างเต็มที่และมีแนวคิดในการแก้ปัหาอย่างเป็นระบบ > >ซึ่งแนวข้อสอบดังกล่าวมีดังนี้…. > > > > > >วิชาฟิสิกส์ > >จงตอบคำถามต่อไปนี้ > > > >1. ชายคนหนึ่งทำการทดลองทางฟิสิกส์ด้วยการโดดร่มจากตึกสูง 150 ชั้น > >ซึ่งมีความสูงชั้นละ 2. 5 เมตร > >โดยให้เพื่อนของเขาสังเกตุการณ์อยู่ที่ริมหน้าต่างชั้น 18 > >โดยที่หน้าต่างมีความสูง > >1.2 เมตร หากช่วงเวลานั้นมีแรงลมจากทางทิศเหนือที่พัดมาปะทะตึก 150 Pa > >และความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 18% เมื่อชายคนนั้นลอยอยู่เหนือพื้น 70 เมตร > >ปรากฎว่ามีแรงพยุงจากร่มชูชีพ 30 Pa > >แต่เมื่อชายคนนั้นลอยเหนือพื้น 40 เมตร ร่มชูชีพเกิดขาดด้วยแรงเฉือน (Shear > >force) 32 kN ชายคนนั้นจึงตกลงมากระทบพื้นด้วยคุณภาพเสียง 70 dB …………. > >อยากทราบว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพงานศพ?? > >(กำหนดให้แรง g = 9.8 N และอุณหภูมิขณะนั้นเป็น 20 ํc) > > > >2. การปลดปล่อยสวัสดิกะของเหล่ายมทูต อาศัยหลักฟิสิกส์อะไรบ้าง? > >มีหน่วยวัดปริมาณอะไร? และแตกต่างจากการปล่อยพลังคลื่นเต่าของโงกุนอย่างไร? > > > >3. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ เป็นที่ทฤษฏีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยนักฟิสิกส์ชื่อดัง > >อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อยากทราบว่า พ่อตาของไอน์สไตน์มีชื่อว่าอะไร? > > > > > >เคมี > >จงตอบคำถามต่อไปนี้ > >1.อยากทราบว่า เคมีอาจารย์อุ๊ กับ วุ้นคุณอุ๊ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? > > > >2.ถ้าเอาน้ำยาล้างจาน “บรรไล” 3 mg > >ผสมกับผงซักฟอกแอทแทคสูตรทะลุทะลวงทุกอณูผ้า12 mg > >จากนั้นเติมไซยาไนท์เข้มข้นบัดซบลงไป แล้วเหยาะด้วย น้ำยาล้างห้องน้ำยี่ห้อ > >“เซ็งเป็ด” 4 mg สูตรขจัดคราบตามลงไป คนให้เข้ากันจนได้ที่ ตั้งทิ้งไว้ 3 นาที > >อยากทราบว่าสารเคมีที่ได้รับจะมีรสชาติอย่างไร? > >( หมายเหตุ : อนุาตให้นักเรียนลองชิมดูได้ตามอัธยาศัย) > >(หมายเหตุ 2: นักเรียนสามารถสั่งจองโรงพยาบาล และวัด ได้ที่อาจารย์คุมสอบ ) > > > >3. นักเคมีคนใดที่เป็นแฟนพันธุ์แท้อย่างเหนียวแน่นของทีมลิเวอร์พูล > >จนถึงขนาดมีลายเซ็นครบทุกคน ? และในยุคสมัยของ นักเคมีคนนั้น > >ลิเวอร์พูลมีกัปตันทีมชื่ออะไร? ได้ถ้วยอะไรบ้าง? > > > >วิชา ชีวะวิทยา > >จงตอบคำถามต่อไปนี้ > > > >1.จงสรุปเนื้อหาชีวะที่เรียนมาตั้งแต่ ม 3- ม 6 มาพอสังเขป ?? ( > >อนุาตให้เขียนได้ไม่เกิน 2 บรรทัด ) > > > >2.เพราะเหตุใด Resident evil ถึงมีชื่อภาษาไทยว่า ผีชีวะ? ( ทำไมไม่เป็น.. > >ผีฟิสิกส์…ผีสุขศึกษา… ผีพละ?) จงอธิบายมาโดยละเอียด พร้อมทั้งยกเหตุผลประกอบ > > > >3.อยากทราบว่า โจโคโบะอยู่ใน > >phylum อะไร? class อะไร? subclass อะไร? Order อะไร ? Species อะไร? > >และหากขาของโครโมโซมคู่ที่ 22 ขาดหายไปจะทำให้เกิดอาการผิดปกติอย่างไร? > > > > > >วิชาภาษาอังกฤษ > >จงแปลประโยคสนทนาต่อไปนี้ให้เป็นภาษาไทย > > > >1. Come on, man!!. > > > >A มานี่อย่างลูกผู้ชาย > >B มาบนผู้ชาย > >C มาเลย ไอ้หมาน > >D มาเลย เพื่อน > > > >2.Can you finish all of them? > > > >A กระป๋อง.. คุณเสร็จพวกมันแล้ว > >B ความสามารถของคุณ จะสำเร็จทั้งหมดของมันหรือ? > >C คุณจัดการให้เสร็จเลยได้มั๊ย? > > > >4 Shut up, baby > > > >A หุบปากซะที่รัก > >B ปิดประตูซะเด็กน้อย > >C ปิดข้างบนที่ตุ๊กตาบาบี้ > > > >5 Honey , I've had a crush on you since high school. > > > >A คุณน้ำผึ้ง ผมชนคุณในสมัยโรงเรียนมัธยม > >B ที่รัก, ฉันทำให้เธอเสียรูปทรงที่โรงเรียนเมื่อยังสูง > >C ที่รัก ผมตกหลุมรักคุณตั้งแต่สมัยม.ต้น > > > >6 May the Force be with you > > > >A ขอพลังจงอยู่กับตัวเจ้า > >B > >บางทีพลังแห่งผึ้งอาจอยู่กับคุณ > >C แรงแห่งพฤษภาจะอยู่กับคุณ > > > >7 Don't worry, I got your back cover. > > > >A อย่าห่วง ฉันจะคุ้มกันหลังให้เอง > >B อย่ากังวลฉันเลย เอาปกสีดำเถอะ > >C ไม่กังวลฉันเอาหลังของคุณ (เฮ่ยย?) > > > >8 Oh shit man!! What the hell is this? > > > >A โอ้ มนุษย์อุจจาระ นรกคืออะไร? > >B โอ้ ขี้คนผู้ชายอะไรนรกคือสิ่งนี้? > >C บัดซบแล้วเพื่อน นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย? > > > >9 Hey…Give me a break man !! > > > >A เฮ้ย ให้มันแตกหักกันไปเลยดีกว่า !! > >B เฮ่…ให้ฉันได้พักก่อนสิวะเพื่อน > >C ให้ฉันได้เป็นมนุษย์แตกหัก!! > > > >10 Oh mother damn! She shot at you with her eye close > > > >A โอ้สาบแช่งแม่เธอยิงประตูด้วยตาของเธอที่ถูกปิดที่คุณ > >B โอ มารดาแห่งเขื่อน เธอถ่ายรูปที่คุณดวงตาด้วยตาที่ใกล้ (ซะดะโกะเรอะ!!) > >C แมร่งเอ๊ยย…เธอยิงคุณทั้งๆที่หลับตาอยู่ > > > > > > > >วิชาคณิตศาสตร์ > > > >จงตอบคำถามต่อไปนี้ > > > >1.หากนำเลขบัตรประจำตัวประชาชนของ คุณบุกึ่ม ณ หนองโคก มาลบออกจาก > >เลขบัชีธนาคารของนาย สมตุ๋ย ลุยถั่วดำ ยกกำลังด้วยเลขบัตรนักศึกษาของ > >นายบักปื๊ด บ้านบักเป็ด จะได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไร? > > > >2.จงขอเบอร์นักเรียนหิงที่น่ารักๆ มาอย่างน้อย 10 รายชื่อ? > >(หมายเหตุ: คะแนนจะแปรผันตามปริมาณเบอร์โทรศัพท์ความน่ารัก…) > >(หมายเหตุ2 :ในกรณีที่เป็นผู้หิง ถ้ามั่นใจว่าน่ารัก > >สามารถใส่เบอร์ตัวเองได้เช่นกัน ) > >(หมายเหตุ3: หากใส่เบอร์กระเทยมา จะถูกปรับตกทันที) > > > >3.นักเรียนคิดว่า ……หวยงวดต่อไปจะออกเลขอะไร ? > >(หมายเหตุ : อนุาตให้ขูดโต๊ะ เก้าอี้ ผนังห้อง หัวคนข้างหน้า … หรือเข้าทรง > >ได้ตามอัธยาศัย > >(หมายเหตุ 2:ถ้าใครถนัดฝันเป็นเลขเด็ด สามารถยกมือขอหมอนจากอาจารย์คุมสอบได้) > > > > > >วิชาสังคม > > > >จงตอบคำถามต่อไปนี้ > > > >1.จงคิดนโยบายสร้างภาพ ขายฝันให้กับประชาชน > >…เพื่อใช้ในการหาเสียงในการลงสมัครรับเลือก > >ส.ส. ให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด? > >(หมายเหตุ: อนุาตให้ซื้อเสียง แจกเงิน ปล่อยข่าวลือ หรือ ก่อม็อบ > >ประกอบไปด้วยได้ตามอัธยาศัย ) > > > >2.พฤษภาทมิฬ หรือ Black may > >เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนเคลื่อนไหวประท้วงอำนาจเผด็จการโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ > >(รสช.) ระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 > >ที่นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดบนท้องถนน และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง > > > >โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ เริ่มต้นมาจากเหตุการณ์รัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. > >2534 หรือ 1 ปีก่อนหน้าการประท้วง ซึ่ง รสช. ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล > >ซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น > >โดยให้เหตุผลหลักว่ามีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างหนักในรัฐบาล > >อยากทราบว่าคำว่า พฤษภาทมิฬ นั้นอ่านออกเสียงได้กี่พยางค์? > > > >3. ครูสังคมกับครูคณิตศาสตร์ ใครหล่อกว่ากัน? > > > >วิชาภาษาไทย > > > >ให้นักเรียนเลือกทำข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ > > > >ก) จงแต่งกลอนพรรณนาความงามของตอม่อทางด่วน “โฮปเวล” > >ด้วยภาษาไทยวิบัติ ? > > > >หรือ > > > >ข) จงต่อเติมสุภาษิตต่อไปนี้ให้ถูกต้องตามหลักทำนองคลองธรรม > > > >ข้อ 1 ลูกผู้ชาย ฆ่าได้…. > > > >ก …ฝังให้ด้วย > >ข …ก็ฆ่าไป > >ค …หยามไม่ได้ > > > >ข้อ 2 อัฐยาย… > > > >ก … ซื้อขนมยาย > >ข …แล้วฉกขนมมา (เลวบัดซบ ) > >ค …ให้ตากลัว > > > >ข้อ 3 น้ำมาปลากินมด น้ำลด… > > > >ก …ตอผุด > >ข …กระหน่ำซัมเมอร์เซล > >ค …ให้รีบตัก > >ง …มดกินปลา > > > >ข้อ 4 น้ำท่วมทุ่ง… > > > >ก …ผักบุ้งโหลงเหลง > >ข …ผักบุ้งไฟแดง > >ค …ให้รีบตัก > >ง … ข้าวสาลี แล้วบู้มม!! กลายเป็นโกโก้คั้น > > > >ข้อ 5 ช้างตายทั้งตัว… > > > >ก …และหัวใจ …. (อ้วกก) > >ข …อย่าเสียผัวให้ใคร > >ค …เอาใบบัวมาปิดไม่มิด > > > >ข้อ 6 เห็นช้างขี้… > > > >ก …จับตั๊กแตน > >ข …ขี้ตามช้าง > >ค …ดีกว่าช้างตด > >ง …ให้รีบตัก …….(มันยังตักอยู่ = =”) > > > >ข้อ 7 ใจดี… > > > >ก …หามจั่ว ใจชั่วหามเสา > >ข …สู้เสือ > >ค …กินด่าง > >ง …จังเล้ยย > > > >ข้อ 8 ไม่เห็นน้ำ ตัดกระบอก… > > > >ก > >…แล้วเอาไปขายร้านข้าวหลามหนองมน > >ข …ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา > >ค …ไม่เห็นกระรอก โก่งหน้าไม้ > > > >ข้อ 9 วัวหาย… > > > >ก …ทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดไม่มิด > >ข …ไปไหนฟะ > >ค …ควายหด > >ง …ล้อมคอก > > > >ข้อ 10 รักวัวให้ผูก รักลูก… > > > >ก …ให้ถูกทาง > >ข …หามเสา > >ค …ให้ตี > >ง …กินด่าง > > > > > > > > > >……เนื่องจากเราไม่สนับสนุนให้มีการใช้เส้น ฮั้ว ให้ใต้โต๊ะ > >หรือพฤติกรรมส่อทุจริตแบบลับๆ แต่อย่างใด หากนักเรียนทำข้อสอบไม่ได้จริงๆ > >เราจะมีคำถามพิเศษให้หนึ่งข้อ > > > >คำถามพิเศษ ......... คุณจะบริจาคเท่าไหร่?? > >(เออ… ใต้โต๊ะไม่ได้ก็ เล่นกันบนโต๊ะเลยละกัน !! ) September 16 Friends> เ พื่ อ น แ ท้
> เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้ เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ
> เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้ชื่อพ่อแม่ของคุณ เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในสมุดจดโทรศัพท์ของเขา
> เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อช่วยเตรียมงาน
> เพื่อนทั่วไปอยากคุยกับคุณถึงปัญหาของเขา เพื่อนแท้อยากช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณออกไป
> เพื่อนทั่วไปจะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ เพื่อนแท้สามารถเอาเรื่องนี้มาอำคุณได้
> เพื่อนทั่วไปเวลามาเยี่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก เพื่อนแท้จะตรงรี่ไปเปิดตู้เย็นและบริการตนเอง
> เพื่อนทั่วไปคิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะถกเถียง เพื่อนแท้รู้ดีว่านั่นจะมิใช่มิตรภาพ จนกว่าคุณได้เคยวิวาทกัน
> เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงคุณตลอดไป September 15 อิอิเธอชอบสีขาว --- เขาชอบสีดำ
เธอ ชอบตุ๊กตาหมี --- เขาชอบรถถัง
เธอชอบนั่งดูตะวันขึ้นที่ชาย ทะเลในตอนเช้า
---เขาชอบบรรยากาศของแสงไฟในเมืองตอนกลางคืน
เธอชอบจักรยานเพราะความช้าของมันทำให้เธอมีเวลาดูอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านไป
---เขาชอบความเร็ว ของ
มอเตอร์ไซค์เพราะมันทำให้เขาไปถึงที่หมายทันเวลา เธอนอนสี่ ทุ่ม ตื่นตีสี่เพื่อใส่บาตร
--- เขานอนตีสี่ตื่นสี่โมงเย็น เพราะกลับดึก
เธอได้ท๊อบ เกือบทุกวิชา --เขาได้0 เกือบทุกวิชา
เธอถูกชมและรับรางวัลเด็กนักเรียนดีเด่น เป็นประจำ
---เขาถูก ด่าและมีชื่ออยู่ในบัญชีดำของโรงเรียน
เธอยิ้มง่าย รักเด็กๆ และ กล้าแสดงออก
---เขาหงุดหงิด เกลียดเด็กๆ และขี้อาย
เธอไม่ชอบกีฬากลาง แจ้ง---เขาชอบเล่นบาส กับ ฟุตบอล
เธอขี้แย --- เขาเข้มแข็ง
เธอ กลัวฟ้าร้อง --- เขาชอบฝนตก
เธอเกลียดความเหงา และไม่ชอบอยู่คน เดียว
---เขาเบื่อสังคม และชอบเก็บตัวในห้อง
เธอร้องไห้ในเรื่องที่ เราไม่คิดว่ามันน่าเศร้า
---เขากลั้นน้ำตาในเรื่องที่อยากฆ่าตัวตาย
เธอมอง หน้าเขาแล้วเห็นผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่ง
---เขามองหน้าเธอแล้วเห็นนาง ฟ้าที่ดีที่สุดในชีวิต
เขาเธอจับมือเขาไว้ในวันที่เขาท้อแท้เขานั่งลง ข้างๆเธอในวันที่เธอว้าเหว่
เธอเบื่อคำชื่นชมจอมปลอม และต้องการ ได้ยินเสียงเขาแม้จะเป็นการด่าก็ตาม
เขาอยากได้ยินคำชื่นชมจอม ปลอม
ขอแค่มันมาจากปากเธอ เธอจมปลักอยู่ในความทุกข์ในวันที่เขา หายไป
เขาจมดิ่งลงในความสุข ในวันที่เธออยู่ข้างๆ
วันใดก็ตามที่เขาท้อแท้ หรือ ยอมแพ้
เธอจะโทรไปหาเขา พูดแต่คำว่ารักเธอนะ
วันใดก็ ตามที่ เธอผิดหวัง หรือ เหงา เขาจะโทรไปหาเธอ และจะเงียบอยู่อย่างนั้น จนกว่าเธอจะหยุดร้องไห้
วันใดก็ตามที่เขาได้รับชัยชนะ เธอ จะตรงเข้าไปหา
แล้วกอดเขา วันใดก็ตามที่เธอได้รางวัล เขาจะตรง เข้าไปหา ยิ้มให้ ชูนิ้วโป้ง
แล้วพูดคำว่า ยินดีด้วย
วันเกิดเขา เธอหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง แล้วพูดคำว่า ฉันรักเธอ
วันเกิดเธอ เขาโทรมา ตอนเที่ยงคืนแล้วพูดคำว่า ฉันก็รักเธอ
เธอจับมือเขาเพื่อจะ เตือนให้เขารู้ว่า
เขาสำคัญสำหรับเธอมากแค่ไหน
เขานั่งข้างๆเธอเพื่อให้ เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว
เธอจะร้องไห้ และขอร้องให้คนที่ทำร้ายเขา หยุดการกระทำ
เขาจะต่อยหน้า ใครก็ตามที่ทำร้ายเธอ
เมื่อเขาโกรธ เธอจะรอให้เขาหายโกรธ
แล้วโทรไปบอกว่า ขอโทษนะ
เมื่อเธอโกรธ เขา จะดึงมือเธอไว้ แล้วพูดคำว่า
"ฉันขอโทษ" เธอโทรไปหาเขาทุกวันเพื่อพูด
คำว่า "ฉันรักเธอ "
เขารอคอยโทรศัพท์เธอทั้งวันเพื่อรอฟังคำ ว่า "ฉันรักเธอ" September 14 เพื่อน(รัก)เพื่อนเคยบ้างไหมที่สักครั้งคุณหวั่นไหวกับคนข้างๆ
ที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อน
มันเป็นเหมือนกับสิ่งต้องห้าม
ที่เราไม่สมควรที่จะเอื้อมเอามาเป็นของตัวเราเอง
แต่เชื่อไหมว่าแม้ว่าจะห้ามยังไง
เราก็ยังคงรู้สึกหวั่นไหวกับมันอยู่ดี
เพื่อน เรียก ได้เต็มปาก
แต่ไม่บริสุทธุ์ใจ เพราะมีคำว่า "รัก"
เข้าไปเกี่ยวด้วย
เมื่อฉันแอบรักเพื่อน มันเป็นเรื่องตลก
เพราะมันนานมาแล้ว
ครั้งนึงเมื่อฉันยังอยู่ประถมฉันก็แอบชอบเพื่อนคนนึง
แต่ดูเหมือนเค้าจะไม่อะไรเลย
เราไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน
แต่เราเจอกันแทบจะทุกวัน
มันเริ่มจากที่เฉยๆ จนมาเป็นชอบ
มาวันนึง เมื่อฉันเริ่มคิดว่ามันสูญเปล่า
ฉันก็เริ่มก่อกำแพง แต่ดูเหมือนเขาจะเริ่มเข้ามา
แต่ฉันก็ได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นไว้
มันน่าตลกเมื่อฉันปิดเค้ากลับเปิดเหมือนกับมีใครล้อเล่น
*-*-*
ไม่นานฉันอยู่ม.ต้น
ฉันก็ได้เจอเพื่อนอีกคนที่ฉันชอบ
เราอยู่ห้องเดียวกัน เหอะๆ
มันแปลกดี ตอนแรกก็ไม่ได้คิดไรหรอก
แต่หลังๆมาชักหวั่นๆ
แค่เห็นเค้าเดินกับใครก็เป็นอารมณ์เสีย
เนี่ยนะ...
เพื่อน ค้ำคอ พูดไรไม่ได้
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันตลอดก็เหอะ
แต่ฉันก็แอบดูเค้าอยู่ห่างๆ
กลัวจะล้ำเส้นเดิม
ยิ่งได้รู้ว่ามีเพื่อนของฉันอีกคน ชอบเพื่อนฉัน
ฉันยิ่งต้องถอยเพราะในเมื่อ
เค้ากล้าที่จะเสี่ยงกว่าฉัน
ต่างจากฉันที่ไม่กล้าทำไรเลย
ก็เลยต้องปล่อยให้เค้าไป
เหมอนฉันไม่แคร์นะ
แต่ก็หงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยิน
แต่ก็ต้องแกล้งฝืนยิ้มไป
บทสรุปคือ ฉันแอบรักเพื่อน
และเค้าคงไม่มีวันได้รับรู้ตลอดกาล
September 12 เมื่อไร้ซึ่งหัวใจวันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่ฉัน.......
ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิต
เมื่อฉันรู้สึกว่า
ไม่ว่าฉันจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง
ทำอะไรไปก็ผิด
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
รู้สึกปวดร้าว
รู้สึกเหมือนกับว่า
สิ่งที่คาดไว้หวังไว้
มันค่อยๆหายไปทีละอย่าง
รู้สึกแย่
............ร้องไห้จนตัวชา
ชา....ชา....มันชาไปหมด
เป็นอะไรไป
หายไปเลยดีมั๊ย........
September 11 บางอย่าง บางเรื่องเคยไหมที่รู้สึกว่ากำลังไม่ใช่ตัวเอง
เคยไหมที่กำลังทำเรื่องที่ไม่อยากทำ
เคยไหมที่บางครั้งต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำไป
แล้วเคยไหมที่รู้สึกว่าอ่อนล้า หมดกำลัง
เคยไหมแค่นั่งมองฟ้าแล้วน้ำตาก็ไหล
เคยไหมที่นั่งมองดาวแล้วเหงาจนจับใจ
แล้วเคยไหมที่รู้สึกเหมือนอยากนอนไปตลอดกาล
ท้อแท้ หมดกำลัง เบื่อ ไม่อยากแม้แต่จะหายใจ
ไม่อยากจะได้ยินอะไร ใคร ใคร ใคร และใคร
จะทำอะไรก็ช่าง แค่ตัวฉันก็จะไม่ไหวแล้ว
แม้แต่เสียงดนตรียังฟังดูเศร้า ท้องฟ้ามัวหมอง
ดาวไม่ทอแสง
หดหู่ ท้อแท้ หมดกำลัง
ใคร ใคร ใคร ที่จะมาฉุดฉันออกจากที่ตรงนี้ได้
แล้วใคร ใคร ใคร จะมาเติมสิ่งที่ขาดหาย
หรือว่า ใคร ใคร ใคร คนนั้นอยู่ข้างฉัน
แต่เข้าไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย
มันช่างน่าเศร้าเมื่อ ฉัน คนเดิมกลายป็นคนใหม่
ที่เศร้าอยู่เสมอ
ฉันคนใหม่ที่อ่อนแอจนเกินจะรับเรื่องเลวร้ายได้
ฉันคนใหม่ที่ ไม่น่ารัก ร่าเริงเหมือนวันวาน
แล้วจะมีใครรู้บ้างไหมว่าฉันกำลังเปลี่ยนไป
จะมีใครสน กับคนที่ไม่เอาไหน
กับคนที่ท้อจนไม่รู้ว่าจะเริ่มเดินทางไหนดี
ช่างมัน ช่างมัน ช่างมัน
ฉันคือฉัน สักวันจะเข้มแข็ง
ล้มมาหลายครั้ง เจ็บมามาก
แต่สักวันฉันจะยืนหยัดด้วยตัวของฉันเอง
เคยคิดไว้เสมอว่าคนอย่างฉัน
คงเหมาะกับการที่จะต้องอยู่คนเดียวมากกว่า
เพราะฉันคงไม่ดีพอที่จะดูแลใครคนนึงไปตลอดกาล
ให้ฉันคอยดูแลทุกคนด้วยความสุข
ดีกว่าให้ฉันดูแลคนๆเดียวแล้วฉัน หรือ เขา เป็นทุกข์เลย
September 10 ไม่เหมือนเดิมวันนี้ก็คือวันนี้
ฉันไม่อาจกลับไปเมื่อวาน
พรุ่งนี้คือพรุ่งนี้
ไม่สามารถทำให้วันนี้เป็นพรุ่งนี้ได้
อดีตที่ไม่อาจลบเลือน
อนาคตที่อาจกำหนดได้
แล้วอะไรล่ะที่แน่นอน
นั่งมองท้องฟ้าที่แสนกว้าง
มีเมฆขาวบางอยู่บนฟ้า
แล้วใครหนอใครกันที่หลบอยู่บนเมฆก้อนนั้น
ก้อนที่ฉันกำลังมองดูอยู่
เมื่อมีลมพัดมาเมฆก็ไปเร็วขึ้น
มันก็เปรียบเหมือนกับคนเรา
เมื่อมีบางอย่างมาทำให้เปลี่ยน
มันก็จะดปลี่ยนไป ไม่มากก็น้อย
ท้องฟ้าที่ความจริงแล้วมีดาวอยู่ทุกวัน
แต่ถ้ามีเมฆมาบดบังมันก็มิอาจจะทอแสงให้เราเห็นได้
เช่นเดียวกับคนเราที่บางครั้งแม่จะทำอย่างไร
ก็ไม่มีใครเห็นค่า ได้แต่มองผ่านไป
จะเอาอะที่แน่นอน กับสิ่งที่ไม่แน่นอนที่สุด
อย่างคนเรา จะมีอะไรที่เที่ยงแท้
เท่าความไม่แน่นอนของคนเรา September 08 รักแกว่ะ................. ไม่มีอีกแล้วสินะ สำหรับห้องเรียนแคบๆที่แออัด เต็มไปด้วยเด็กสีชมพู...............................
..................ไม่มีอีกแล้วสินะ เสียงหัวเราะ ที่ดังก้องอยู่ในหู..........................................................
...................ไม่มีอีกแล้วสินะ ที่จะต้องรีบมาเรียนให้ทันเข้าแถว เคารพธงชาติ.....................................
...................ไม่มีอีกแล้วคนที่เคยหยอกล้อ ด่าทอกัน(ด้วยความหวังดี)............................................
...................
ถึงพวกนาย และพวกเธอ เพื่อนที่รักของฉัน
เคยนั่งกินข้าว กินขนมหัวเราะกัน
เคยร้องไห้ เคยไปเที่ยว เคยสนุกสนาน
วันก่อนๆเคยเบื่อบ้าง รำคาญบ้าง
เคยคิดว่าสักวันหากไกลกันคงสงบลงบ้าง
แต่มันไม่เพียงแต่สงบ แต่มันเหงาจนเกินจะบรรยาย
ไม่รู้ว่าพิมพ์ไรไปแล้วใครจะได้อ่านมั่ง
ไม่หรอกไม่ได้ต้องการแบบนั้น แค่อยากให้รู้ว่าคิดถึง
บรรยากาศเก่าๆ หายไปแล้ว เหลือเพียงภาพในความทรงจำ
ดีใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงพวกแก
แอบร้องไห้เมื่อนั่งดูรูป
แอบคิดไปว่า ............ อยากย้อนเวลากลับไป
คงไม่มีแล้วที่เราจะได้รวมกันอย่างพร้อมหน้า
แต่ก็หวังว่ามันจะมีปาฏิหาร ให้พวกเราได้กลับมารวมกันอีกครั้ง
ไม่รู้ว่ามันอีกนานไหมที่เราจะห่างกันอย่างนี้
คิดไปแล้วชีวิตช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข
บอกไปพวกแกจะเชื่อไหมวะ
ว่าทุกครั้งที่ทะเลาะกันกูต้องแอบมานั่งร้องไห้
แต่นึกไปแล้วกูก็ดีใจที่พวกมึงเป็นเพื่อนกู
ถึงแม้ว่าวันนี้จะห่างกันแต่มึงรู้ป่าว
วันเกิดกู กูดีใจนะที่พวกมึงจำได้
วันเกิดปีนี้กูเหงามากมาย
ไม่มีพวกมึงอยู่แล้ว กูคิดว่ากูต้องอยู่ให้ได้
มึงรู้ป่าว ว่ากูเคยเป็นคนแข็งแกร่งแค่ไหน
แต่วันเกิดกู กูน่ะอยู่คนเดียวไม่ได้เลย
กูต้องร้องไห้ทุกทีสิน่า...............
กูรักพวกมึงนะเพื่อนทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เพื่อนก็คือเพื่อน
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน กูก็ยังรักมึง
ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ลืมมิตรภาพของเรา
นานแสนนาน เวลา คือเครื่องพิสูจน์ ว่าเราจะไม่ลืมกัน
~ ยังจำมันได้ไหม เสื้อนักเรียนตัวเก่าๆ
ยังจำมันได้ไหม โต๊ะเรียนหน้าห้อง และหลังห้อง
ยังจำมันได้ไหมม้านั่งของพวกเรา
จำได้ไหมโรงอาหารในยามเย็น
จำได้ไหม วันหยุดของพวกเรา
จำได้ไหมทุกๆงานที่เราทำด้วยกัน
ไม่รู้ว่าพวกนายจะจำมันได้ไหม
แต่ฉันเก็บทุกภาพความทรงจำนั้นไว้
ไม่รู้ว่ามันนานเท่าไหร่
รู้แค่เพียงว่า ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ก็ยังจำมันได้
เสียงหัวเราะยังดังก้องไม่อาจจาง
เสียงร้องไห้วันจากกันไม่เคยลืม
น้ำตาที่ไหลมันมาจากใจ เมื่อคนที่เรารักต้องไกล
พรุ่งนี้ของฉัน จะมีพวกนายไหมนะ
พรุ่งนี้ของฉันจะได้ยินเสียงของพวกนายอีกไหมนะ
ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
ฉันก็จะรอ............................................
ให้พวกเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง
August 30 =.=ในบางครั้งฉันต้องนั่งเหงาเดียวดาย
ในบางครั้งฉันต้องปวดร้าวหัวใจ
ในบางครั้งฉันต้องทนสู้ไป......
ในวันนี้หัวใจอ่อนล้า หมดแรง
ในวันนี้ ฉันไม่อยากรู้เรื่องอะไร
ในวันนี้ ฉันหมดแม้แรงใจ
อยากจะลุกขึ้นต่อ....
แต่ว่าใจมันอ่อนล้า.....
ฉันไม่รู้ว่าทำอย่างไร
ในเมื่อใจ และกาย อ่อนล้า จนหมดแรง
ไม่มีเหลือ อีกแล้วรอยยิ้มจากหัวใจ
เหลือแค่เพียงคราบรอยน้ำตา
จากวันนี้จะทำอย่างไรต่อไป
ต้องอยู่อย่างคนที่ไร้กำลัง
เดินต่อไปก็เหมือนจะล้ม ลงไป
แล้วฉันจะอยู่อย่างไร
หมดแรง กำลัง ให้ฉันอยู่อย่างไร้กำลัง
ขอเดินไปอย่างไร้หัวใจ ไม่รู้เมื่อไหร่ จะพ้นจากตรงนี้
ที่เหงาเหลือเกิน ไม่อยากให้มีวันเกิดเลยไม่รู้จะมีวันเกิดไว้เพื่ออะไร
ฉันไม้รู้ว่า ฉันเป็นอะไรไป
ทำอะไรไม่ถูกเลย
คนที่ข้างกายฉันหายไปไหนหมด
เหงา มันเป็นวันที่เหงามากสำหรับฉัน
ชีวิตฉันมันเป็นอะไรไป
ฉันทำอะไรผิดไปมากไหม
ทำไมวันเกิดของคนอื่นไม่เห็นหน้าเศร้าเหมือนวันเกิดของฉัน
ทำไมฉันถึงต้องมานั่งเหงาอยู่ลำพัง
ทำไมน้ำตามันไหลออกมา
ทำไมใครๆที่เราคิดว่าจะน่าเข้าใจเรากลับไม่เข้าใจเรา
ทำไมเราทำอะไรไปก็เหมือนกับว่ามันจะไม่ถูกต้องเอาเสียเลย
ทำไมฉันต้องมีชีวิตอยู่กับความเหงา
ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นคนเจ้าปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ที่ฉันรู้คือ บางทีฉันอาจเป็นตัวปัญหาซะเอง
ทำไมดูรอบตัวเรามันไม่สดใสยังไงก็ไม่รู้
ฉันไม่รู้ว่ามีใครเข้าใจฉันบ้าง
ฉันอยากรู้ว่าฉันเป็นอะไร
ฉันเคยคิดนะว่าสักวันหนึ่งชีวิตต้องเจอเรื่องเลวร้าย
แต่....................................
ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเริ่มไวถึงขนาดนี้ มันคงเป็นเพราะตัวฉันเอง ฉันไม่อยากโทษใคร
บางทีคนอย่างฉัน คงเหมาะที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า August 06 เบื่อจางเลย วันนี้สอบฟาวต้างแต่เช้าเลย ก่อนเข้าห้องสอบก็เป็งไรก็ม่ายรุอยู่ดีๆเหงื่องี้แตกเชียว สงสัยกัวจ่าสอบม่ายได้ เอาน่าๆยางไงก้อต้องสอบอยู่ดี เฮ้อแล้วพรุ่งนี้อีกสอบ IT แหมคงสนุกพิลึก เอ้าสอบๆอ่านๆ มันกานไปเลย มานไม่ตายเราตาย เง้อเอาล่ะวานนี้โม้แค่นี้ก่อนดีกว่าวานละนิดวานละหน่อยเพราะว่า ข้าพเจ้าสอบ เง้อๆๆๆๆๆๆเมื่อไหรจะผ่านช่วงนี้ไปซะทีเนี่ยจะบ้าตายอยู่แล้ว ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
|
|||||||||||||||||||||
|
|